Bigbikeราคาแพง 5 Bigbike Production ราคาโคตรแพง

Bigbikeราคาแพง 5 Bigbike Production ราคาโคตรแพง

วันนี้ Superbiketrends ขอเสนอ 5 Bigbikeราคาแพง

Bigbikeราคาแพง ช่วงนี้โลกของเราอยู่ในช่วงโรค Covid 19 ทำให้เกิดการชะลอตัวทางภาค อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ผู้ผลิตรถ Bigbike จากทั่วโลก ก็ยังปล่อย Model Production ออกมาวางจำหน่ายแบบไม่ขาดสาย และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับ 5 Bigbike Production ที่ราคาแพง ไปดูกันว่าวันนี้ตัวไหนบ้าง

5บุคคลที่ควรเอาเยี่ยง

Bigbikeราคาแพง

5. 2018 MV Agusta F4 Claudio

เจ้าพ่อ Limited อย่าง MV Agusta ใน Model พิเศษเพื่อเป็นการระลึกถึง การจากไปของ Claudio Castiglioni อดีตนักแข่ง และประธานค่าย MV Agusta ที่เสียชีวิตไป โดยทาง MV Agusta ได้นำเอาโมเดล MV Agusta F4RC มาทำการปรับเปลี่ยนพาร์ทอุปกรณ์ใหม่ด้วยชุดแฟร์ริ่งคาร์บอน ปรับน้ำหนักรถให้เบากว่ารุ่นก่อนถึง 6 กม.

ชุดช่วงล่าง Ohlins ระบบเบรก Brembo และชุดระบบท่อไอเสีย SC Project แบบเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง WorldSBK อักแน่นไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ที่เหนือชั้น ขุมกำลังหลักขนาด 998 ซีซี แบบ 4 ลูกสูบเรียง 212 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 115.2 นิวตันเมตร เสนอราคา 83,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,571,880 บาทไทย

Bigbikeราคาแพง

4. 2016 Apilia RSV4 FW-GP

Bigbikeรุ่นก็ไม่ได้มีอะไร ถ้าคุณอยากซื้อมัน คุณต้องเดินทางไปที่ อิตาลี เพราะคุณจะต้องไปทำการทดสอบการขับขี่ให้ผ่านกับทางทีมงานผู้ผลิต เพื่อการพิจารณาในกานซื้อขายเป็นรายบุคคล ด้วยสาเหตุสำคัญของตัวรถที่เป็นการนำเอาเทคโนโลยีตัวแข่ง Aprilia RS-GP รถแข่งของค่ายในรายการ MotoGP มาติดตั้งบนรถตลาดอย่าง Aprilia RSV4R

ที่ปรับตัวรถให้มีน้ำหนักที่เบากว่าของเดิมถึง 16% ซึ่งเมื่อทำการเติมของเหลวและน้ำมันเต็มถังพร้อมขี่ตัวรถจะมีน้ำหนักรวมไม่ถึง 200 กิโลกรัม บวกกับพละกำลังสูงสุด 250 แรงม้า (BHP) อัดแน่นด้วยฟีเจอร์และอุปกรณ์ระดับการแข่ง MotoGP ในราคาเบาะๆ เพียง 83,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,571,880 บาท

Bigbikeราคาแพง

3. 2017 ARCH Method 143

แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ระดับพรีเมี่ยมสัญชาติอเมริกัน ที่มี Co-Founder เป็นถึงคนดังระดับซุปเปอร์สตาร์ Keanu Reeves ที่กลับมาดังเปรี้ยงปร้างอีกครั้งในการสวมบทนักฆ่าเจ้าของฉายา Baba Yaga ในภาพยนตร์ไตรภาค John Wick โดยเจ้า ARCH Method 143 นั้นจัดว่าเป็นอีกหนึ่งไลน์ผลิตที่จับเอาที่สุดของพาร์ทอะไหล่และอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนตัวรถมารวมเข้าไว้ด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ S&S แบบสองลูกสูบ V-Twin ขนาด 2,343 ซีซี ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศจาก K&N ให้กำลัง 170 แรงม้า (HP) บนโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Mono-Cell ที่แข็งแรงกว่าและน้ำหนักเบากว่าโครงสร้างคาร์บอนทั่วๆไป

ท่อไอเสียที่ทางผู้ผลิตได้ร่วมมือในการพัฒนากับแบรนด์ใหญ่ SC Project เพื่อการออกแบบระบบท่อไอเสียเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น วงล้อคาร์บอนไฟเบอร์ลายใบพัดเทอร์โบแบบ 7 ก้าน ผลิตเพียง 23 คันในล็อตแรก กับความพิเศษด้วยโช้คอัพหน้าสีทอง และปัจจุบันยังมีการผลิต แต่จะกลับมาใช้โช้คอัพหน้าสีดำ ในราคา 78,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,417,260 บาท

Bigbikeราคาแพง

2. 2019 BMW HP4 RACE

ผู้ผลิตสัญชาติเยอรมัน BMW Motorad กับโมเดลที่สุดของสายสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งคลาส 1,000 ซีซี ที่ยกเครื่องยนต์มาจาก BMW S1000RR เครื่องยนต์บล็อกเดิมที่ยังไม่มีการติดตั้งเทคโนโลยี ShiftCam หรือวาล์วแปรผันของทางค่าย

แต่มาทำการโมดิฟาย โครงสร้างใหม่ เน้นที่วัสดุน้ำหนักเบาเป็นพิเศษจากโครงสร้าง Carbon Monocoque ชุดท่อไอเสียไทเทเนียมจาก Akaprovic แบบเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง WorldSBK รวมไปถึงระบบช่วงล่าง Ohlins และ Brembo รุ่นยอดนิยมที่ใช้ในการแข่งขัน โดยตัวรถมีการปรับปรุงแรงม้าใหม่ให้กลายเป็น 215 แรงม้า (PS) จากเครื่องเดิมที่มีกำลังไม่แตะ 200 แรงม้าดี ผลิตในจำนวนจำกัด ส่วนเรื่องราคาเบาๆ เพียง 78,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ประมาณ 2,417,260 บาท ไม่รวมภาษี

Bigbikeราคาแพง

1. 2019 Kawasaki H2R

ตระกูล H2 จากผู้ผลิต Kawasaki ที่ได้รับการปรับปรุงในส่วนของเครื่องยนต์ Turbo Charged ที่อัพเกรด เพิ่มแรงม้าให้กลายเป็น 326 แรงม้า พร้อมด้วยนวัตกรรม Self-Healing Paint ชุดเคลือบสีที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้หากมีริ้วรอย

แต่น่าเสียดายที่เจ้า H2R นั้นจะไม่สามารถจดทะเบียนเพื่อทำการขับขี่บนท้องถนนสาธารณะได้ แต่สามารถใช้ในสนามแข่ง หรือพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 55,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,703,900 บาท

ข้อมูลจาก : www.rideapart.com